
|
ด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณริเริ่มที่จะจัดทำหนังสือ "สยามจดหมายเหตุ"
ขึ้นมาเป็นบุคคลแรก
|
|
ทั้งหมดมันคงจะเริ่มต้นจากตอนที่ผมเรียนนิติศาสตร์
ธรรมศาสตร์อยู่ ผมเป็นคนที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมค่อนข้างมาก
พอจบออกมาก็ตัดสินใจไม่รับราชการเพราะคิดว่า
หากรับราชการจะทำให้ผมไม่มีอิสระ ต้องโยกย้ายไปตามจังหวัดต่างๆ
ก็เลยมาทำงานเป็นทนาย
"
เริ่มต้นมาก็ติดตามคุณชมพู อรรถจินดา
ตรงจุดนี้เองที่ทำให้ผมได้รับอะไรมากมาย
เพราะคุณชมพูเป็นคนที่อุทิศตนเพื่อสังคมเป็นอย่างมาก
และท่านก็สอนให้ผมรู้จักเสียสละ
และที่สำคัญท่านได้เคยปรารภกับผมว่าท่านอยากเห็นประเทศไทยมีหนังสือที่รวบรวมบันทึกเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญไว้เป็นประวัติศาตร์
เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา ที่สำคัญต้องเป็นการบันทึกเที่ยงตรง
ไม่เอื้อผลประโยชน์ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ประกอบกับตอนนั้นมีเพื่อนที่พึ่งจะสำเร็จจากเมืองนอกกเขามาเล่าให้ฟังว่า
ในอังกฤษเขามีหนังสืออย่างนี้มานานกว่า 80 ปีแล้ว
ตอนนั้นฟิลิปปินส์เขาก็ทำก่อนหน้าเราไปเพียงปีเดียว
ผมก็เลยคิดว่าเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา น่าจะทำได้ก็เลยตัดสินใจทำ"
|

|
ในระยะการเริ่มต้นของ "สยามจดหมายเหตุ"
เป็นอย่างไรบ้าง
|
|
(หัวเราะ) ในตอนนั้นปัญหาเยอะมาก
เราทำงานโดยตั้งเป็นรูปบริษัท
ในตอนแรกก็มีพรรคพวกหลายคนมาช่วยกันคิด ช่วยกันเขียน หลังๆ
ก็เริ่มล้ากันไป เพราะทุกคนต่างก็มีงานประจำ
มีภาระส่วนตัวต้องรับผิดชอบ
ประกอบกับตอนนั้นมีปัญหาด้านการเงินค่อนข้างมาก
ตอนหลังก็เหลือผมอยู่คนเดียว ผมก็คิดว่าไหนๆ
สร้างขึ้นมาแล้วก็ไม่อยากให้ล้ม ก็เลยพยายามสู้ทุกทาง
|

|
ปัญหาต่างๆ
ดังกล่าวมาถึงปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรบ้าง
|
|
ปัญหาที่เราเจอก็ยังคงเป็นปัญหาเดิมคือเรื่องของการเงิน
เราเป็นหนี้สะสม แต่ผมก็คิดว่าเป็นการทำบุญ
เพราะผมคิดว่างานนี้ผมไม่ได้ทำเพื่อหากำไร
ผมอยากทำเพื่อให้เป็นผลงาน
ให้เป็นหนังสือที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมมากกว่า
ถึงแม้จะเป็นหนี้บ้าง แต่ก็ได้ผลงาน
|

|
เชื่อว่ามีหลายคนที่เคยได้ยินชื่อของ
"สยามจดหมายเหตุ" แต่อาจไม่รู้จัก "สยามจดหมายเหตุ"
อย่างแท้จริงมากนัก อยากให้คุณช่วยอธิบายให้ฟัง
|
|
ชื่อของ สยามจดหมายเหตุ
ก็พอจะบอกได้บ้างว่าเป็นหนังสือที่น่าจะมีเนื้อหาอย่างไร
แต่ก็มีบางคนที่เข้าใจความหมายผิดไปบ้าง สยามก็หมายถึงประเทศไทย
ที่เราเลือกใช้คำว่า"สยาม" แทนคำว่าไทย เพราะเราคิดว่า
ในแนวทางของหนังสือเป็นการจดบันทึกเรื่องราวซึ่งจะต้องกลายเป็นประวัติศาสตร์
ก็เลยคิดว่าคำว่า "สยาม" ซึ่งเป็นคำโบราณน่าจะเหมาะ
ส่วนคำต่อมาก็คือคำว่า "จด" และต่อมาคือคำว่า "หมายเหตุ"
ถ้าแยกคำออกมาให้ชัดเจนอย่างนี้ก็คงจะทำให้มองเห็นความหมายได้ชัดเจนมากขึ้น
นั่นก็คือ เป็นหนังสือที่จดรวบรวมบันทึกเรื่องราว
เหตุการณ์ที่มีความสำคัญ รวมไปถึงการหมายเหตุเหตุการณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไว้อย่างเป็นระบบระเบียบ
เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้า
|

|
เหตุการณ์ใดบ้างที่จะถูกเลือกให้ทำการจดบันทึก
|
|
เรื่องราวที่เราจะจดบันทึกก็จะเป็นเหตุการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ
การเมือง การสังคม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นอกจากนี้ก็จะมีการเก็บ บันทึกเรื่องปกิณกวิทยา เช่น
ความรู้ทางการแพทย์ การศึกษา ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์
เรื่องราวทุกเรื่องที่ทำการบันทึกจะเป็นเรื่องที่สำคัญเท่านั้น
ข่าวประเภทชาวบ้านๆ เราจะไม่เอาเลย
มีเรื่องขำขันเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่ง มีคนเคยพูดกันว่า
สยามจดหมายเหตุนี่เป็นคู่มือการเขียนประกาศปฏิวัติได้เป็นอย่างดี
เพราะเมื่อมีการปฏิวัติสยามจดหมายเหตุก็จะบันทึกไว้ทุกครั้ง
|

|
ในด้านทีมงานผู้จัดทำหนังสือสยามจดหมายเหตุในระยะแรกและปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง
|
|
ในระยะแรกก็เป็นการช่วยเหลือกันระหว่างกลุ่มเพื่อฝูง
พรรคพวก
ในปัจจุบันนี้ก็แบ่งเป็นคนทำงานประจำกับคนข้างนอกซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ
ที่เขียนส่งมาให้ เช่น
ในด้านต่างประเทศซึ่งเราได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากในด้านความเที่ยงตรงของเนื้อหา
เพราะได้ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานด้านนี้จริงๆ ส่งข่าวมาให้
ในด้านของข่าวสังคม การเมือง
เราก็มีข้าราชการและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ช่วยเขียนส่งมาให้
สำหรับภายในสำนักงานของสยามจดหมายเหตุเอง
เราก็โชคดีที่เรามีทีมงานวิชาการที่เก่งมาก ทุกคนทำงานด้วยหัวใจ
อย่างเช่นคุณถิติรา มาณะวิท ซึ่งเป็นฝ่ายวิชาการ
คนนี้เรียนจบอักษรศาสตร์จุฬาฯ เกียรตินิยมอันดับ 2 มา
แต่รักที่จะทำงานกับเรา ทำงานกับเรามานานมาก
ผมเคยถามว่าไม่อยากไปทำงานที่อื่นหรือ เขาก็บอกว่าไม่อยากไปนัก
เพราะที่นี่เป็นงานที่รักจริงๆ การทำงานมันต้องอย่างนี้
ต้องเป็นทีมงาน ต้องช่วยกัน
|

|
ท่ามกลางการเติบโตที่ค่อนข้างเต็มไปด้วยอุปสรรค
ถึงทุกวันนี้สยามจดหมายเหตุได้รับการยอมรับแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ
|
|
ครับ เราได้รับความเชื่อถือจากห้องสมุดสภาคองเกรส
ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ขอลิขสิทธิ์นำเนื้อหาสาระ
ทุกข้อความของสยามจดหมายเหตุไปบันทึกไว้เป็นข้อมูลสำหรับการค้นคว้าอ้างอิง
โดยเก็บเข้าในระบบการเก็บข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุด
เป็นความภาคภูมิใจอย่างมากของเรา
เพราะมีหนังสือทั่วโลกเพียงไม่กี่ฉบับเท่านั้น
ที่จะได้รับความเชื่อถือ
ส่วนในประเทศไทยเราก็ได้รับการยอมรับมากอยู่แล้ว
|

|
ผู้ที่ติดตามเป็นสมาชิกสยามจดหมายเหตุส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลในสาขาใด
|
|
ก็มีอยู่ในทุกๆ สาขานะครับ แต่ที่มากที่สุดคือห้องสมุดใหญ่ๆ
ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัย ห้องสมุดโรงเรียนและวิทยาลัยใหญ่ๆ
แล้วก็มีสถานทูตต่างๆ
แต่ส่วนใหญ่สถานทูตเหล่านี้จะไม่ได้สั่งซื้อมาในนามของสถานทูต
แต่จะเป็นในนามบุคคลมากกว่า นอกจากนี้ก็มีหน่วยงานราชการนักวิชาการ
นักการเมือง นักคิด
นักเขียนซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องเขียนโดยมีข้อมูลในการอ้างอิง
และยังมีกลุ่มที่มีความรักในหนังสือมากๆ และอยากเก็บไว้เป็นสมบัติ
เป็นของเก่าที่มีคุณค่า
|

|
สยามจดหมายเหตุเป็นหนังสือที่ปราศจากการโฆษณา
ตรงจุดนี้สร้างความลำบากให้มากหรือไม่
|
|
มันก็มีทั้งข้อดี ข้อเสียนะครับ
ข้อเสียก็คือคนที่จะรู้จักหนังสือเรามีน้อย
ตลาดของเราก็ค่อนข้างแคบ
เราไม่มีโฆษณามาช่วยสนับสนุนในเรื่องของค่าใช้จ่าย
แต่ข้อดีของมันอยู่ที่หนังสือของเราจะเป็นการซื้อขายในระบบของการเป็นสมาชิก
ในขั้นแรกของการสมัครเราจะมีแฟ้มซึ่งสวยงามและแข็งแรง
สามารถเป็นเครื่องประดับบ้านได้อย่างภาคภูมิ
ในฉบับต่อๆ
ไปเราก็จะทำการจัดส่งไปให้ในลักษณะของเอกสารข่าว
โดยสมาชิกจะต้องนำไปรวบรวมไว้ในแฟ้ม
ตรงนี้จะช่วยเราประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของปกได้มาก
ส่วนเอกสารข่าวเราลงทุนใช้กระดาษปอนด์อย่างดี
เพราะเรามองไปถึงอนาคตแล้วเราเห็นว่าเอกสารข่าวเหล่านี้ต้องเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์
ถ้าเราใช้กระดาษปรู๊ฟก็อาจจะไม่คงทนถาวรเท่าที่ควร
ข้อดีที่สำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือหนังสือเราจะไม่มีเสียเศษ
คือนอกจากเราจะพิมพ์ให้ครบตามจำนวนสมาชิกแล้ว
เรายังมีเหลือที่จะรวบรวมเย็บเป็นเล่มในตอนสิ้นปีอีกด้วย
เพราะฉะนั้นหนังสือเราจะไม่มียอดเหลือคืน
ตรงจุดนี้ก็จะช่วยเราในการประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน
และในอีกทางหนึ่งที่เราไม่มีการโฆษณาเราก็จะได้ประโยชน์ในเรื่องนี้เช่นกัน
คือผมเชื่อว่าหนังสือเรามีคุณค่าจริงๆ
และความมีคุณค่าของมันเมื่อได้รับการยอมรับก็จะมีการบอกต่อกันไป
และความที่มีจำนวนน้อยผมมองว่าในอนาคตจะเป็นหนังสือที่หายากและมีราคา
|

|
ผ่านการทำงานมามากมาย
คุณซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะของผู้สร้างมาโดยตลอด
ได้อะไรตอบแทนจากการทำงานตรงนี้บ้าง
|
|
ที่ผมอยู่มาได้ทุกวันนี้
เป็นเพราะว่าผมมีเป้าหมายในการทำงาน เป้าหมายที่ว่าก็คือ
ผมหวังไว้ว่าถึงวันหนึ่งจะมีคนยอมรับในการทำงานของเราเอง
เหมือนกับการเล่นว่าว
เราต้องชักให้ว่าวติดลมบนเสียก่อนจึงจะอยู่ได้
ในตอนนี้สยามจดหมายเหตุก็อายุ 20 กว่าปีแล้ว
ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานดังกล่าวเป็นผลให้ทุกวันนี้เราได้รับความเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก
สำหรับตัวผมเอง
สิ่งที่ได้รับจากการทำงานตรงนี้ก็คงจะอยู่ที่ความภาคภูมิใจที่เราได้ทำงานให้กับส่วนรวม
ได้อยู่ในฐานะของผู้ให้
และเมื่องานประสบผลสำเร็จเราก็ดีใจในความสำเร็จนั้น
เมื่องานที่เราทำเกิดประโยชน์เราก็ภูมิใจในประโยชน์ที่เกิดขึ้นนั้น"
|
|
พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า
หากมีใครสักคนหนึ่งที่ยังไม่รู้จักประเทศไทย
แต่ถ้าเขาได้อ่านหนังสือ "สยามจดหมายเหตุ"
เขาจะรับรู้เรื่องราวของประเทศไทยได้อย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม
น่าเสียดายที่ยังมีคนไทยอีกมากที่ยังไม่รู้จักหนังสือเล่มนี้
แต่อย่างไรก็ตาม "สยามจดหมายเหตุ"
ก็จะยังคงต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความมีคุณค่าของตนเองต่อไป
|
|
|