Written by sa team on Oct 14th, 2008 | Filed under:
ข่าวเทคโนโลยี,
เมษายน 2550
กวาวเครือรักษาอาการวัยทอง
27 เมษายน 2550 ตามที่นักวิจัยได้ค้นพบสารไฟโตเอสโตรเจน (Fito-Estrogen) ในกวาวเครือขาวซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับฮอร์โมนเพศหญิงคือฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้นายนนทกรณ์ อุรโสภณ นักวิจัยในโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนใจนำกวาวเครือขาวมาใช้รักษาโรคกระดูกพรุนในวัยทองแทนฮอร์โมนเอสโตรเจนสังเคราะห์ ซึ่งทำให้เกิดอาการข้างเคียงสูง เช่น เวียนศีรษะ อาเจียน ท้องอืดท้องเฟ้อ รวมถึเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก เพราะสารชีวภาพในกวาวเครือขาวไม่ก่อให้เกิดอาการดังกล่าว ส่วนคุณสมบัติในการรักษาภาวะกระดูกพรุนนั้นพบว่ากวาวเครือขาวสามารถลดการสลายของมวลกระดูกได้เช่นเดียวกับฮอร์โมนสังเคราะห์ อีกทั้งยังช่วยลดไขมันในเลือดและอาการวัยทองได้ด้วยทั้งนี้ นักวิจัยได้ทำการทดลองในหนูทดลอง 6 กลุ่ม กลุ่มแรกไม่ตัดต่อมบ่งเพศ (รังไข่และอัณฑะ) กลุ่มที่ 2-6ตัดต่อมบ่งเพศเพื่อให้เกิดภาวะที่ฮอร์โมนเพศลดลงและเกิดภาวะกระดูกพรุน จากนั้นหนูกลุ่มที่ 2 จะได้รับฮอร์โมนสังเคราะห์ กลุ่มที่ 3 ได้รับน้ำกลั่น ซึ่งเป็นตัวเร่งการเกิดภาวะกระดูกพรุน และกลุ่มที่ 4-6 ได้รับกวาวเครือขาวในปริมาณ 10, 100 และ 1,000 มิลลิกรัม เป็นเวลา 3 เดือนพบว่าหนูกลุ่มที่ 4-6 สามารถรักษามวลกระดูกได้ประมาณร้อยละ 20, 85 และ 100 ตามลำดับ โดยในอนาคตจะพัฒนากวาวเครือเป็นยาป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน
Written by sa team on Oct 14th, 2008 | Filed under:
ข่าวเทคโนโลยี,
เมษายน 2550
รหัสพิกัดพื้นโลกสำหรับใช้งานภูมิสารสนเทศของไทย
20 เมษายน 2550 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ไพศาล สันติธรรมานนท์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เสนอเลขรหัสพิกัดพื้นโลกสำหรับใช้งานภูมิสารสนเทศของไทยในการปักปันบนแผนที่ดิจิตอล ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้งานได้กับแผนที่ดิจิตอลของกูเกิลเอิร์ธ (Google Earth) สำหรับการกำหนดรหัสพิกัดโลกจะใช้ตำแหน่งเส้นรุ้งและเส้นแวงของอาณาเขตมาประกอบการปักปันรหัสบนแผนที่ดิจิตอล ซึ่งจะแสดงรายละเอียดข้อมูลบนระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ระบบพิกัดฉากที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นระบบพิกัดฉาก UMT ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 โซน จึงสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้เนื่องจากต้องเลือกเอาโซนใดโซนหนึ่ง ซึ่งทั้ง 2 โซนมีการกำหนดรหัสพิกัดตัวเลขที่ต่างกันในจุด ๆ เดียว ทีมวิจัยจึงได้ทำวิจัยเพื่อเสนอแนวคิดในการกำหนดรหัสพิกัดโลกใหม่เรียกว่า Thai Geocoding (TG) โดยแบ่งพื้นที่เป็นองศาใช้รังวัดจากดาวเทียมจากตำแหน่งละติจูดและลองติจูด แล้วกำหนดเป็นรหัสใหม่โดยผสมระหว่างตัวเลขฐาน 32 และตัวอักษรเข้าด้วยกัน โดยรหัสที่กำหนดด้วยระบบ วTG มีความยาวเพียง 8-9 อักษร ซึ่งสั้นและกระชับกว่าระบบที่ใช้อยู่ถึงร้อยละ 50 ใช้หลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์แต่มีความละเอียดในระดับเมตร เมื่อนำเข้าสู่ระบบบริหารจัดเก็บจะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การเรียงลำดับและเชื่อมโยงทำได้ง่ายขึ้น
Written by sa team on Oct 14th, 2008 | Filed under:
ข่าวเทคโนโลยี,
เมษายน 2550
หญ้าแฝกมีประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสีย
19 เมษายน 2550 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนกพร บุญส่ง นักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ประสิทธิภาพของหญ้าแฝกที่ปลูกด้วยเทคนิคแท่นลอยน้ำในการบำบัดน้ำเสียชุมชน” พบว่าหญ้าแฝกมีประสิทธิภาพบำบัดน้ำเสียดีกว่าผักตบชวา อีกทั้งยังสามารถควบคุมการเจริญเติบโตของฟอสฟอรัสและออร์โธฟอสเฟตในน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนรากที่ยาวสามารถชอนไชไปดูดสารพิษในของเสียได้ดี รวมทั้งเป็นกำแพงชะลอความเร็วของน้ำ ส่งผลให้ตะกอนต่าง ๆ จมลงง่าย และหญ้าแฝกยังทนต่อสารพิษและโลหะหนักต่าง ๆ ได้มากกว่าผักตบชวา โดยในการวิจัยได้คัดเลือกกลุ่มพันธ์ุหญ้าแฝก 6กลุ่มพันธ์ุเพื่อทดลองในระบบจำลองขนาดเล็ก คือ ปลูกในกระป๋อง โดยใช้แผ่นโฟมเป็นทุ่นลอยน้ำในน้ำเสีย และทดสอบประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียเป็นเวลา 2 เดือน พบว่าหญ้าแฝกกลุ่มพันธ์ุสงขลา 3 และกลุ่มพันธ์ุสุราษฎร์ธานีมีประสิทธิภาพโดดเด่นมากที่สุด โดยพันธ์ุสงขลา 3 เหมาะสำหรับบำบัดน้ำเสียที่ไม่ผ่านการบำบัดหรือปล่อยตรงจากบ้านเรือน ส่วนพันธ์ุสุราษฎร์ธานีเหมาะสำหรับการบำบัดน้ำเสียที่ผ่านโรงบำบัดน้ำเสียมาแล้ว แต่ประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียของหญ้าแฝกทั้ง 2 กลุ่มพันธ์ุจะขึ้นกับระยะเวลากักเก็บและความเข้มข้นของน้ำเสีย โดยพบว่าระยะเวลากักเก็บ 7 วันจะมีประสิทธิภาพในการบำบัดสูงสุด โดยหญ้าแฝกทั้ง 2 กลุ่มพันธ์ุมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน แต่พันธ์ุสุราษฎร์ธานีมีการเจริญเติบโตของรากดีกว่า ส่วนรากหญ้าแฝกกลุ่มพันธ์ุสงขลา 3 มีการเพิ่มของมวลชีวภาพสูงกว่าเมื่อได้รับน้ำเสียเข้มข้นสูง
Written by sa team on Oct 14th, 2008 | Filed under:
ข่าวเทคโนโลยี,
เมษายน 2550
การผ่าตัดส่องกล้องผ่าก้อนเนื้อโพรงสมอง
16 เมษายน 2550 ศาสตราจารย์นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์กฤษณพันธ์ บุณยะรัตเวช และศาสตราจารย์นายแพทย์รุ่งศักดิ์ ศิวานุวัฒน์ สาขาวิชาประสาทศัลยศาสตร์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงผลสำเร็จในการผ่าตัดก้อนเนื้อในโพรงน้ำสมองด้วยวิธีการส่องกล้อง (hypothalamic hamartoma by ventriculoscopy) ครั้งแรกของไทย ทั้งนี้ ก้อนเนื้อในโพรงน้ำสมองหรือฮามาร์โตมา (hamartoma) เป็นก้อนเนื้อเยื่อเช่นเดียวกับเนื้อสมองปกติแต่อยู่ในตำแหน่งผิดจากที่ควรเป็นคือบริเวณรอบสมอง โดยสามารถเกิดขึ้นได้ในอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย แต่ส่วนใหญ่พบบริเวณสมองส่วนไฮโปธามัส (Hipothamas) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่อ ระดับเกลือแร่ความอยากอาหาร อุณหภูมิของรา่ งกาย อารมณแ์ ละความจำ อีกทั้งยังพบวา่ รอ้ ยละ 40-60 ของผูป้ ว่ ยที่มีฮามารโ์ ตมาจะมีอาการของโรคลมชัก ซึ่งในที่สุดผูป้ ว่ ยเหลา่ นี้จะดื้อต่อยากันชัก วิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือการผ่าตัดก้อนเนื้อเยื่อออกโดยวิธีส่องกล้อง ร่วมกับการใช้ระบบคอมพิวเตอร์นำวิถี (Navigator system) โดยข้อดีของการผ่าตัดวิธีนี้ คือ มีแผลเล็กเพียง 1 เซนติเมตร เนื้อเยื่อเสียหายน้อย เสียเลือดน้อย และใช้เวลาผ่าตัดเพียง 1 ชั่วโมง โดยล่าสุดได้ผ่าตัดผู้ป่วยหญิงอายุ 18 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคลมชักมาตั้งแต่อายุ 11 ปี มีอาการชักร่วมกับหัวเราะและร้องไห้หรือเหม่อลอยครั้งละ 1-2 นาที จนไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งภายนอก คณะแพทย์จึงตัดสินใจทำการผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้อง ซึ่งผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ โดยผู้ป่วยไม่มีอาการชัก ความจำอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และใช้เวลาพักฟื้นเพียง 5-6 วัน โดยเสียค่ารักษาประมาณ 50,000 บาท
Written by sa team on Oct 14th, 2008 | Filed under:
ข่าวเทคโนโลยี,
เมษายน 2550
พัฒนาวิธีการกำจัดเสียงป้อนกลับในเครื่องช่วยฟัง
13 เมษายน 2550 รองศาสตราจารย์นายแพทย์ปริญญา หลวงพิทักษ์ชุมพล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (จฬ.) รวมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิศาชล ตั้งเสงี่ยมวิสัย นายอาชว์ จันทร์กวี และนายปพิชญา ชัยสกุล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จฬ. ในการศึกษาวิจัยการพัฒนาวิธีการกำจัดเสียงป้อนกลับ (Acoustic Feedback) ในเครื่องช่วยฟังเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องช่วยฟังในด้านการเพิ่มพิสัยพลวัตหรือช่วงที่ใช้งานได้ของค่าอัตราขยายของเครื่องช่วยฟัง โดยใช้ระบบการกำจัดเสียงป้อนกลับแบบต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปัญหาเสียงป้อนกลับมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องช่วยฟัง เนื่องจากไมโครโฟนและลำโพงของเครื่องช่วยฟังอยู่ใกล้กันมาก เสียงบางส่วนที่ถูกขยายขนาดโดยเครื่องช่วยฟังแล้วถูกส่งผ่านช่องอากาศหรือช่องว่างระหว่างตัวเครื่องช่วยฟังกับผิวหนังภายในช่องหูชั้นนอกหรือเรียกว่าวิถีของเสียงป้อนกลับ จะย้อนกลับไปเข้ายังไมโครโฟนของเครื่องช่วยฟังอีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้เกิดเสียงหวีดหรือเสียงหอนรบกวนการได้ยินแก่ผู้ใช้เครื่องช่วยฟังโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออัตราขยายของตัวขยายมีค่าสูง จึงต้องกำจัดเสียงป้อนกลับในเครื่องช่วยฟัง โดยการศึกษาวิจัยนี้เป็นการลดปัญหาสหสัมพันธ์ของสัญญาณเข้าและสัญญาณออกของเครื่องช่วยฟัง ผ่านทางเทคนิคของวงจรกรองผ่านทุกความถี่แบบเปลี่ยนตามเวลาที่สามารถปรับอันดับของวงจรกรองได้ต่าง ๆ กันตามความเหมาะสมซึ่งเป็นเทคนิคการประมาณเชิงเส้นไปข้างหน้าและรักษาไว้ซึ่งคุณภาพเสียงของสัญญาณออกของเครื่องช่วยฟัง กล่าวคือไม่ทำให้ผู้ใช้อุปกรณ์รู้สึกว่าคุณภาพเสียงของสัญญาณออกของเครื่องช่วยฟังแย่ลง
Written by sa team on Sep 29th, 2008 | Filed under:
ข่าวเทคโนโลยี,
มีนาคม 2550
การผ่าตัดตาผ่านระบบ 3 มิติ
16 มีนาคม 2550 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รองศาสตราจารย์นายแพทย์อดิศร ภัทราดูลย์ รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวโครงการ “การแพทย์ทางไกลผ่านระบบเทคโนโลยี 3 มิติระหว่างภูมิภาคเอเชีย (World’s 1st Tripartite live surgery Transmission 3D-HD Broadband Telemedicine in Ophthalmology)” ว่า การพัฒนาระบบเทเลเมดิซีนเป็นช่องทางสำคัญที่จะทำให้แพทย์และนักศึกษาแพทย์สามารถเรียนรู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะวิทยาเขตของคณะฯ ที่จำเป็นจะต้องเชื่อมโยงการเรียนการสอนร่วมกัน โดยการถ่ายทอดการผ่าตัดผ่านระบบ 3 มิติจะมีความคมชัดสูงเสมือนผู้รับชมเป็นผู้ผ่าตัดเอง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการผ่าตัดตาที่ต้องใช้ความละเอียดเชิงลึกสูง โดยในครั้งนี้จะเป็นการถ่ายทอดไปยัง 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลกที่เป็นลักษณะเรียลไทม์ (Real Time) ผ่านครือข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ที่มีความเร็วสูง 45 ล้านบิทต่อวินาที ซึ่งมากกว่าที่ใช้ทั่วไปถึง 10,000 เท่าโดยส่งสัญญาณพร้อมกัน 3 ประเภท ได้แก่ ภาพใช้ความเร็ว 20 เมกะบิทต่อวินาที วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ซึ่งทำให้ผู้ชมหรือแพทย์ผู้ผ่าตัดแต่ละประเทศพูดคุยกันได้โดยใช้ความเร็ว 768 กิโลบิทต่อวินาที และสัญญาณเสียงที่ไม่รบกวนผู้ป่วย จึงทำให้มีผู้ชมได้จำนวนมากในเวลาเดียวกัน ซึ่งการถ่ายทอดสดในลักษณะนี้มีประโยชน์หลายประการ เช่น กรณีแพทย์วินิจฉัยโรคให้ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล หรือแพทย์ต่างจังหวัดปรึกษาหารือและประชุมทางไกลกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโดยไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
Written by sa team on Sep 29th, 2008 | Filed under:
ข่าวเทคโนโลยี,
มีนาคม 2550
เกมจำลองธุรกิจ
5 มีนาคม 2550 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ คณาวัฒนไชย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับรางวัลชมเชยผลงานประดิษฐ์คิดค้นด้านการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมจากผลงานเกมจำลองธุรกิจ One.Sim ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จำลองสถานการณ์ต่าง ๆ ของการดำเนินธุรกิจ โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ และผู้สอนจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือแนะแนวทางให้เท่านั้น สำหรับเกมจำลองธุรกิจนี้ผู้เรียนจะสามารถเข้าใจวงจรการทำธุรกิจ เริ่มตั้งแต่การวางแผนการประเมินทางเลือก การตัดสินใจ การควบคุม การติดตามและประเมินผล โดยมีการผสานแนวคิดในการประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งต้องใช้ศาสตร์การบริหารจัดการสมัยใหม่ที่เน้นวัดผลการดำเนินงานแบบสมดุล นอกจากนี้ เกมจำลองธุรกิจยังสามารถปรับเปลี่ยนเหตุการณ์และสถานการณ์ต่าง ๆ ภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจได้ เช่น ดัชนีเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย เงินเดือนพนักงาน ค่าเช่าพื้นที่ ภัยธรรมชาติและราคาน้ำมัน รวมทั้งมีการสอดแทรกการตัดสินใจในเรื่องของจริยธรรมและธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจตลอดการเล่นเกม จึงสามารถนำไปใช้กับการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเป็นการเพิ่มทางเลือกการกระจายโอกาสในการใช้งานโปรแกรมจำลองธุรกิจที่มีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าโปรแกรมที่นำเข้าจากต่างประเทศ
Written by sa team on Sep 16th, 2008 | Filed under:
กุมภาพันธ์ 2550,
ข่าวเทคโนโลยี
การถอดรหัสพันธุกรรมจีโนมค้นหายีนควบคุมในกุ้ง
26 กุมภาพันธ์ 2550 รองศาสตราจารย์อัญชลี ทัศนาขจร ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงผลงานวิจัย “จีโนมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงกุ้ง : การศึกษายีนและโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการต้านโรค” ว่าเป็นการศึกษาเรื่องการเรียงตัวของรหัสพันธุกรรมในจีโนมของกุง้ กุลาดำเพื่อค้นหายีนที่ควบคุมลักษณะสำคัญในกุ้ง ซึ่งมีมากกว่า 30,000 ยีน โดยขณะนี้ค้นพบแล้วกว่า 10,000 ยีน ซึ่งได้จัดเก็บยีนเหล่านี้ไว้ในฐานข้อมูลยีนที่มีชื่อว่า Black Tiger shrimp EST database ทั้งนี้ โครงการวิจัยในระยะต่อไปมีวัตถุประสงค์ที่จะนำข้อมูลจีโนมที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ โดยมุ่งเน้นศึกษากลุ่มยีนและโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการต้านโรค โดยเฉพาะที่แสดงการตอบสนองต่อการติดเชื้อก่อโรคที่รุนแรงในกุ้ง เช่น ไวรัสตัวแดงจุดขาว และแบคทีเรียวิบริโอที่ก่อโรคเรืองแสงในกุ้ง โดยเปรียบเทียบยีนและโปรตีนที่พบในกุ้งปกติและกุ้งที่ติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย จากนั้นจะศึกษาหน้าที่และกลไกการทำงานของยีนและโปรตีน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในระบบภูมิคุ้มกันของกุ้ง โดยศึกษาว่ายีนแต่ละชนิดควบคุมลักษณะใดบ้าง และระบบภูมิคุ้มกันของกุ้งเป็นอย่างไร เพื่อนำมาปรับปรุงพันธ์ุหรือพัฒนาสายพันธ์ุกุ้งให้มีความต้านทานโรค สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับยีนต่าง ๆ ของกุ้งสามารถสืบค้นได้ที่เว็บไซต์ pmonodon.biotech.or.th
Written by sa team on Sep 16th, 2008 | Filed under:
กุมภาพันธ์ 2550,
ข่าวเทคโนโลยี
เครื่องวัดขนาดเท้าสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
25 กุมภาพันธ์ 2550 แพทย์หญิงศิริพร จันทร์ฉาย และแพทย์หญิงณัฏฐิยา ตันติศิริวัฒน์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ผลิตเครื่องมือวัดขนาดเท้าอย่างง่ายสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานก่อนที่จะนำไปสั่งตัดรองเท้าพิเศษเพื่อป้องกันการเกิดแผลที่เท้า ทั้งนี้ จากรายงานทางการแพทย์พบว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องตัดเท้าทิ้งมักมีแผลที่เท้ามาก่อน ดังนั้น ผู้ป่วยควรมีรองเท้าที่มีขนาดเหมาะสม ซึ่งสามารถป้องกันการเกิดแผลหรือช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น โดยคณะผู้วิจัยได้ออกแบบและผลิตเครื่องมือวัดขนาดเท้าอย่างง่ายขึ้นจำนวน 3 ชุด เพื่อใช้วัดขนาดเท้าทั้งความกว้าง ความยาวและความสูงของนิ้วหัวแม่เท้า โดยเครื่องมือดังกล่าวต้องใช้ขณะที่อาสาสมัครยืนตรง ซึ่งคณะผู้วิจัยได้กำหนดและทำการฝึกผู้วัด 3 คนให้วัดเท้าผู้ป่วยด้วยวิธีเดียวกัน โดยให้ผู้วัด 1 คนวัดขนาดเท้าด้วยเครื่องมือวัดขนาดเท้าในกลุ่มตัวอย่าง 30 คนด้วยเครื่องมือทั้ง 3 ชุด เพื่อศึกษาถึงความแม่นยำของเครื่องมือ ขณะเดียวกันได้ทดสอบผู้วัด 3 คน วัดขนาดเท้าในกลุ่มเท้าตัวอย่างเดียวกันอีก 30 คน เพื่อศึกษาหาความน่าเชื่อถือของผู้วัด จากนั้นบันทึกค่าที่วัดได้เป็นมิลลิเมตร และนำค่าที่ได้มาวิเคราะห์จนได้เครื่องมือวัดขนาดเท้าอย่างง่ายซึ่งมีความแม่นยำสูงในการวัดขนาดเท้า และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในทางคลินิกเพื่อนำไปสู่การตัดรองเท้าสำเร็จรูปที่มีขนาดเหมาะสมกับผู้ป่วยต่อไป
Written by sa team on Sep 16th, 2008 | Filed under:
กุมภาพันธ์ 2550,
ข่าวเทคโนโลยี
มะระขี้นกช่วยลดน้ำตาลในเลือด
23 กุมภาพันธ์ 2550 รองศาสตราจารย์สัตวแพทย์หญิง ดร.ศิรินทร หยิบโชคอนันต์ ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทดลองศึกษาโปรตีนสกัดจากมะระขี้นก โดยนำมะระขี้นกจากจังหวัดอ่างทองมาสกัดโปรตีนจากเนื้อมะระ และศึกษาถึงฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูทดลอง พบว่ามะระขี้นกมีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยได้ศึกษาเปรียบเทียบหนูขาวปกติและหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วยสเตรปโตโซโตซิน พบว่าการฉีดโปรตีนที่สกัดจากมะระขี้นกขนาด 5 และ 10 มิลลิกรัมเข้าไปใต้ผิวหนังจะสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูปกติและหนูที่เป็นเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาถึงกลไกการลดระดับน้ำตาลในเลือดของโปรตีนสกัดจากมะระขี้นก พบว่าโปรตีนสกัดนี้สามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินได้โดยตรงจากตับอ่อนและสามารถกระตุ้นการเข้าสู่เซลล์ของน้ำตาลให้เพิ่มมากขึ้นในเซลล์กล้ามเนื้อและเซลล์ไขมัน ซึ่งนำมาสู่ความหวังในการสกัดโปรตีนจากเนื้อของมะระขี้นกที่สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยผ่านกลไกกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน และการออกฤทธิ์คล้ายอินซูลินสำหรับกระตุ้นการเข้าสู่เซลล์ของน้ำตาลให้เพิ่มสูงขึ้น