Recent Posts

About Me

บริษัท สยามบรรณ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อพ.ศ. 2518 เพื่อทำธุรกิจด้านหนังสือ โดยมีตัวหลักคือ “สยามจดหมายเหตุ” ซึ่งเริ่มจัดทำตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2519 ถึง ปัจจุบัน

นับตั้งแต่ปี 2519 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 32 ปี ที่ “สยามจดหมายเหตุ” ได้รับความเชื่อถือ จนเป็นที่ยอมรับและได้รับความไว้วางใจจากห้องสมุด หน่วยงานราชการและเอกชน สถาบันการศึกษาชั้นนำ >>อ่าน



กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องในการจัดสร้างวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ

Written by sa team on Oct 22nd, 2008 | Filed under: ข่าวในประเทศ

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องในการจัดสร้างวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ
28 พฤษภาคม 2550
พันตำรวจเอก พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ุ รักษาการผู้บังคับการกองปราบปราม ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการกองปราบปราม และผู้กำกับการ 1 – 6 กองบังคับการกองปราบปราม ดำเนินการตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงกรณีประชาชนร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่กองบังคับการกองปราบปราม 7 นาย คือ พันตำรวจโท ชัยโรจน์ ชัยยะ รองผู้กำกับการ 2 พันตำรวจโท นิรันดร์ ปิตะกาศสารวัตรสืบสวนสอบสวนกองกำกับการ 5 ร้อยตำรวจเอก สิทธิชัย เทียนโพธิ์ พนักงานสืบสวนสอบสวน (สบ 1)นายดาบตำรวจ อภัย ขุนศรี เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 6 นายดาบตำรวจ ประเสริฐ พวงสอน เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 6 นายดาบตำรวจ กิตติศักดิ์ ปานเจริญ เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 5 และนายดาบตำรวจ ทัศนัยเพชรยอดศรี เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 5 มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดสร้างวัตถุมงคลจตุคามรามเทพรุ่นเศรษฐีทวีคูณ และอ้างว่าจัดสร้างขึ้นเพื่อมอบให้เจ้าหน้าที่กองบังคับการกองปราบปรามที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ พันตำรวจเอก พงศ์พัฒน์ได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเนื่องจากเกรงว่าจะมีการนำชื่อกองบังคับการกองปราบปรามไปแอบอ้างเพื่อหาผลประโยชน์จากประชาชน


กรณีสังหารนายตำรวจ

Written by sa team on Oct 22nd, 2008 | Filed under: ข่าวในประเทศ

กรณีสังหารนายตำรวจ
23 พฤษภาคม 2550
พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลท่าข้ามได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลธนบุรีเพื่อจับกุมนายมนตรี แสนคำ ผู้ต้องหายิงพันตำรวจเอก ประพนธ์ แกลโกศล รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 นายดาบตำรวจ บรรจง เกตุมณี และนางศิริพร นุตาดี เสียชีวิต และยิงพันตำรวจโท ณัฐพงศ์ ภู่หงส์ พนักงานสืบสวนสอบสวน 3 ประจำกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 และนายสุชาติ นุตาดี ได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 22พฤษภาคม 2550 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในที่สาธารณะ


สังหารนายตำรวจ

Written by sa team on Oct 22nd, 2008 | Filed under: ข่าวในประเทศ

สังหารนายตำรวจ
22 พฤษภาคม 2550
คนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ยิงพันตำรวจเอก ประพนธ์ แกลโกศลรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 และนายดาบตำรวจ บรรจง เกตุมณี พลขับของพันตำรวจเอกประพนธ์เสียชีวิตในรถยนต์บริเวณซอยเอกชัย 69เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ และคนร้ายยังได้ยิงพันตำรวจโท ณัฐพงศ์ ภู่หงส์ พนักงานสืบสวนสอบสวน 3 ประจำกองบังคับการตำรวจนครบาล 9นายสุชาติ นุตาดี และนางศิริพร นุตาดี ซึ่งโดยสารมาในรถยนต์ของพันตำรวจเอก ประพนธ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยนางศิริพรได้เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุการสังหารมาจากปัญหาชู้สาวของพันตำรวจเอก ประพนธ์


กรณีตำรวจและอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยทำร้ายหญิงสาว

Written by sa team on Oct 22nd, 2008 | Filed under: ข่าวในประเทศ

กรณีตำรวจและอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยทำร้ายหญิงสาว
14 พฤษภาคม 2550
นายชัยวิชิต จันเฮียมิ่ง รองอัยการจังหวัดสระบุรี ยื่นฟ้องสิบตำรวจโท นิรุ ธรรมทรัพย์ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านหมอ ที่ 1 นายนิรัตน์ กองธรรม อาสาสมัครรักษาความปลอดภัย ที่ 2 และนายประสาน บุญดก อาสาสมัครรักษาความปลอดภัยที่ 3 เป็นจำเลยฐานร่วมกันพยายามฆ่าโดยเจตนาและพกพาอาวุธมีดติดตัวไปในเมือง โดยคำฟ้องระบุว่าเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2550 จำเลยที่ 1 - 3 ร่วมกันใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายนางสาวสุพรรษา วิชานันท์พนักงานร้านคาราโอเกะน้องรีจ๋า อำเภอบ้านหมอจังหวัดสระบุรี เนื่องจากไม่พอใจที่นางสาวสุพรรณษาไม่สนใจการเกี้ยวพาของจำเลย ทำให้นางสาวสุพรรษาได้รับบาดเจ็บและแขนขวาขาด ซึ่งศาลรับฟ้องและอนุญาตให้จำเลยใช้หลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 300,000 บาท โดยได้นัดสืบพยานครั้งแรกในวันที่ 25 มิถุนายน 2550


สังหารตำรวจ

Written by sa team on Oct 8th, 2008 | Filed under: ข่าวในประเทศ, เมษายน 2550

สังหารตำรวจ
10 เมษายน 2550
เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเขาชัยสนรับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตบริเวณริมถนนโคกยา-เกาะทองสม อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตคือพันตำรวจตรี วุฒิชัย จันทกาญจน์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา สภาพศพถูกของมีคมปาดบริเวณลำคอและถูกยิงด้วยอาวุธปืนบริเวณใบหน้า จากการสอบสวนพบว่ารถกระบะที่พันตำรวจตรี วุฒิชัยขอยืมมาจากเพื่อนถูกกลุ่มคนร้ายชิงไป คาดว่าสาเหตุการสังหารมาจากความขัดแย้งเรื่องธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสอง ปัญหาชู้สาว และการปล้นชิงทรัพย์


ตำรวจยิงประชาชน

Written by sa team on Oct 8th, 2008 | Filed under: ข่าวในประเทศ, เมษายน 2550

ตำรวจยิงประชาชน
7 เมษายน 2550
เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอพรหมพิรามรับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณริมถนนสายพรหมพิราม-พิชัย ตำบลหนองแขม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 3 คน คือ นายสำเริง มาเที่ยง นายเฉลิม อยู่มา และนางเสาวนีย์ ผลาชุม ภรรยาของนายเฉลิม และมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน คือ นายบุรินทร์ อยู่มา และนายภูวดล สุขนรินทร์ สันนิษฐานว่าสาเหตุเกิดจากความขัดแย้งเรื่องธุรกิจและปัญหาส่วนตัว ต่อมาเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีผู้กระทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการใช้อาวุธปืนยิงตนเองที่บ้านพักในตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าผู้เสียชีวิตคือนายดาบตำรวจ สุทาทีป สุขนรินทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอพรหมพิราม บิดาของนายภูวดล ซึ่งใช้อาวุธปืน .357 ยิงที่บริเวณศีรษะของตนเอง คาดว่าสาเหตุมาจากความเครียด เนื่องจากการสอบสวนพบว่านายดาบตำรวจ สุทาทีปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายสำเริงและพวก และมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน คือ นายดาบตำรวจ เสนาะ เดชพงษ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอพรหมพิรามและพยานให้การว่าก่อนเกิดเหตุนายดาบตำรวจทั้งสองนายมีปากเสียงกับนายสำเริงและพวกอย่างรุนแรง ทำให้นายดาบตำรวจทั้งสองนายบันดาลโทสะยิงนายสำเริงและพวกจนเสียชีวิต ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะติดตามจับกุมตัวนายดาบตำรวจ เสนาะมาสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป


ตำรวจปะทะแก๊งค้ายาเสพติด

Written by sa team on Oct 8th, 2008 | Filed under: ข่าวในประเทศ, เมษายน 2550

ตำรวจปะทะแก๊งค้ายาเสพติด
11 เมษายน 2550
ร้อยตำรวจโท สาริษฐ์อักษร รองสารวัตรกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 นำกำลังเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลดินแดงเข้าจับกุมคนร้ายแก๊งค้ายาไอซ์ที่ห้องพักในเดอะลีฟวิ่งรูมอพาร์ตเมนต์เขตดินแดง กรุงเทพฯ แต่คนร้ายขัดขืนการจับกุมและใช้อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. และ11 ม.ม.ยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ทำให้สิบตำรวจโท ไสว อาจหนองหว้าผู้บังคับหมู่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ถูกยิงเสียชีวิต และร้อยตำรวจโท สาริษฐ์ และเจ้าหน้าที่อีก 1 นายถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ 3 คน คือ พันตรี ชานนท์ ชิณวงศ์ นายทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 42 สำนักงานพัฒนาภาค4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการทหารสูงสุด หัวหน้าแก๊ง ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บ นายวิฑูรย์ นัยกิจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายสุขุม เจือแจ่มจันทร์ โดยนายแตง (ไม่ทราบนามสกุล) 1 ในกลุ่มคนร้ายถูกยิงเสียชีวิต และมีคนร้ายหลบหนีไปได้ 1 คน จากการตรวจค้นห้องพักดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 3 กรัม และอุปกรณ์เสพยาเสพติด 2 ชุด และตรวจยึดรถยนต์ของกลุ่มคนร้ายได้ 3 คัน ซึ่งจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนเอ็ม 16 และกระสุนปืน 11 ม.ม.จำนวนหนึ่งภายในรถยนต์ของพันตรีชานนท์ นอกจากนี้ ยังได้ควบคุมตัวนางสาวจีรติ กาญจน์เรืองศรี ภรรยาของพันตรี ชานนท์ ซึ่งพักอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ดังกล่าวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลดินแดงด้วย การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากร้อยตำรวจโท สาริษฐ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ 7 นายได้วางแผนล่อซื้อยาไอซ์จากกลุ่มของพันตรี ชานนท์ที่อพาร์ตเมนต์ดังกล่าว จากนั้นจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมและเกิดเหตุปะทะกันขึ้น

13 เมษายน 2550 นายดาบตำรวจ มาโนชศรีละคร ผู้บังคับหมู่งานสืบสวนกองกำกับการสืบสวนสอบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการจับกุมแก๊งค้ายาไอซ์ที่ห้องพักในเดอะลีฟวิ่งรูมอพาร์ตเมนต์ เขตดินแดงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2550 ได้เสียชีวิตแล้วเนื่องจากกระสุนปืนทะลุสมอง สำหรับนายวิฑูรย์ นัยกิจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสักจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายสุขุม เจือแจ่มจันทร์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหามียาไอซ์ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ส่วนพันตรีชานนท์ ชิณวงศ์ นายทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 42 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการทหารสูงสุด ไม่ยอมให้การโดยอ้างว่ายังมีอาการบาดเจ็บจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่อยู่


ตำรวจลักพาตัวนักธุรกิจต่างชาติเรียกค่าไถ่

Written by sa team on Oct 8th, 2008 | Filed under: ข่าวในประเทศ, เมษายน 2550

ตำรวจลักพาตัวนักธุรกิจต่างชาติเรียกค่าไถ่
12 เมษายน 2550
พันตำรวจเอก ชาญ แสงเสียงฟ้า ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 5 พร้อมด้วยพันตำรวจโท โชติวัฒน์ เหลืองวิลัยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักในซอยลาดพร้าว 41 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เพื่อช่วยเหลือนายมาร์ค สตีเฟน ฮัทเชอร์สัน นักธุรกิจชาวอเมริกันซึ่งถูกลักพาตัวมากักขังที่บ้านพักดังกล่าว โดยนายฮัทเชอร์สันอยู่ในสภาพอิดโรยแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บและเจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายดาบตำรวจ สุรชาติเมืองขุนรอง ผู้บังคับหมู่งานปราบปรามสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง และนายนิโคลัส พฤษสุกาญจน์ซึ่งทั้งสองเป็นผู้ร่วมขบวนการลักพาตัวนายฮัทเชอร์สัน เบื้องต้นนายดาบตำรวจ สุรชาติให้การปฏิเสธว่าได้รับค่าจ้างให้เฝ้านายฮัทเชอร์สัน แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการลักพาตัวมาเรียกค่าไถ่แต่อย่างใดการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2550 นางสุขหรรษา ฮัทเชอร์สัน ภรรยาของนายฮัทเชอร์สัน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีว่าขณะที่นายฮัทเชอร์สันและนางสุขหรรษาขับรถยนต์กลับที่พักในอาคารเศรษฐีวรรณ แมนชั่น เขตคลองเตย กรุงเทพฯไดม้ ีชายฉกรรจ ? 5 คนแตง่ กายชุดเครื่องแบบเจา้ หนา้ ที่ตำรวจเรียกตรวจค้นรถยนต์ที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 4 เขตคลองเตย ซึ่งหลังจากการตรวจค้นชายกลุ่มดังกล่าวอ้างว่านายฮัทเชอร์สันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและสินค้าละเมิดลิขสิทธ์ และได้ควบคุมตัวทั้งสองคนไปตรวจค้นห้องพักของนายฮัทเชอร์สันที่อาคารเศรษฐีวรรณ แมนชั่น จากนั้นได้ยึดทรัพย์สินมูลค่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 17.5 ล้านบาท และได้ควบคุมตัวนายฮัทเชอร์สันไปด้วย โดยอ้างว่าจะนำตัวไปสอบสวนต่อ หลังจากการร้องทุกข์นางสุขหรรษาได้ชี้ตัวสิบตำรวจเอก สถิตย์ ประสันแพรศรี เจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (191) และสิบตำรวจตรี ประเสริฐพันธ์ุ ภูนาฤทธิ์ เจ้าหน้าที่หน่วยคอมมานโด กองปราบปราม ในฐานะผู้ร่วมขบวนการลักพาตัวนายฮัทเชอร์สัน เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาสอบสวน ซึ่งทั้งสองให้การรับสารภาพและซัดทอดว่าพันตำรวจโท ธนพล บุนนาค สารวัตรกลุ่มงานยุทธวิธีตำรวจ กองวิจัยและพัฒนา ช่วยราชการกองอำนวยการรักษาความมั่นคง และจ่าสิบตำรวจอดุลย์ คำอ่อน พนักงานวิทยุสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย เป็นหัวหน้าขบวนการ โดยหลอกลวงว่านายฮัทเชอร์สันและภรรยามีส่วนพัวพันในการค้ายาเสพติดจึงให้มาช่วยตั้งด่านจับกุมโดยให้ส่วนแบ่งเป็นจำนวนเงินหลายหมื่นบาท ต่อมากลุ่มคนร้ายได้โทรศัพท์ติดต่อให้นางสุขหรรษานำเงิน 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 32 ล้านบาท ไปไถ่ตัวนายฮัทเชอร์สันที่บ้านพักในซอยลาดพร้าว 41 เจ้าหน้าที่จึงซ้อนแผนเข้าจับกุมจนสามารถช่วยเหลือนายฮัทเชอร์สันออกมาได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลและออกหมายจับพันตำรวจโท ธนพลและจ่าสิบตำรวจ อดุลย์แล้ว

13 เมษายน 2550 พันตำรวจโท รังสรรค์ ประดิษฐผล รองผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนายจอห์น แมคเคลียรี และนายเจมส์ แมคเคลียรี สองพี่น้องชาวอเมริกัน ผู้ต้องหาคดีร่วมกันลักพาตัวนายมาร์ค สตีเฟน ฮัทเชอร์สัน นักธุรกิจชาวอเมริกัน เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2550 ได้ที่บ้านพักในซอยสุขุมวิท 4 สืบเนื่องจากนายมงคล ศุขเขษม คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวให้การซัดทอดว่านายแมคเคลียรีและนายซามูเอล ผสมทอง ว่าจ้างให้นายมงคลติดตามพฤติกรรมความเคลื่อนไหวของนายฮัทเชอร์สันก่อนจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นายลักพาตัวนายฮัทเชอร์สันเพื่อเรียกค่าไถ่ และจากการตรวจค้นบ้านพักของนายจอห์น แมคเคลียรี ในอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พบเงินดอลลาร์สหรัฐจำนวนหนึ่ง ทองคำหนัก 10 บาท และอาวุธปืน 9 ม.ม. จึงอายัดไว้เป็นของกลาง และยังได้อายัดเงินจำนวน 8,300 ดอลลาร์สหรัฐจากนางมณี แมคเคลียรี ภรรยานายเจมส์ แมคเคลียรีไว้ด้วย และได้ตั้งข้อหาต่อนายแมคเคลียรี่ทั้งสองว่าร่วมกันกรรโชกทรัพย์โดยมีอาวุธ ขู่เข็ญ กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่โดยสนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้เพื่อสอบสวนขยายผลต่อไปพันตำรวจโท อดิสร นนทรีย์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีคำสั่งให้นายดาบตำรวจ สุรชาติ เมืองขุนรอง ผู้บังคับหมู่งานปราบปรามสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง สิบตำรวจเอก สถิตย์ ประสันแพรศรีเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (191) และจ่าสิบตำรวจ อดุลย์ คำอ่อน พนักงานวิทยุสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อน และยังได้สั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทั้งสามนายตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้บังคับบัญชาของบุคคลทั้งสามด้วยรวมทั้งสั่งการให้ตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นายที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลักพาตัวนายฮัทเชอร์สัน คือนายดาบตำรวจ สุรชาติ สิบตำรวจเอก สถิต สิบตำรวจตรี ประเสริฐพันธุ ์ ภูนาฤทธ์ิ เจา้ หนา้ ที่หนว่ ยคอมมานโดกองปราบปราม จ่าสิบตำรวจ อดุลย์ และพันตำรวจโท ธนพล บุนนาค สารวัตรกลุ่มงานยุทธวิธีตำรวจกองวิจัยและพัฒนา ช่วยราชการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวกรรโชกทรัพย์นายวิลเลียม เจมส์ลี นักธุรกิจการเงินชาวอเมริกัน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2549 หรือไม่ เนื่องจากกลุ่มคนร้ายทั้งสองคดีมีลักษณะการปฏิบัติการที่คล้ายคลึงกันและมีผู้ต้องสงสัยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเดียวกัน แต่ในคดีของนายเจมส์ลีไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ทั้งหมด ทั้งนี้ จากการสอบสวนขยายผลพบว่ามีผู้ต้องหาเกี่ยวข้องในคดีลักพาตัวนายฮัทเชอร์สันจำนวน 10 คน และจับกุมได้แล้ว 7 คน โดยมีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี คือ พันตำรวจโท ธนพล จ่าสิบตำรวจ อดุลย์ และนายซามูเอล ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับแล้ว

14 เมษายน 2550 นายวิลเลียม เจมส์ลี นักธุรกิจการเงินชาวอเมริกัน ผู้เสียหายซึ่งเคยถูกกลุ่มคนร้ายต่างชาติ4 คนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยสอบสวนกลางของสหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation- FBI) ลักพาตัวไปขณะมาทำธุรกิจในไทยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2549 โดยถูกกักขังและทำร้ายร่างกายจนจำยอมบอกข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน ทำให้กลุ่มคนร้ายสามารถยักยอกเงินจากบัญชีธนาคารของนายเจมส์ลีไปได้ 16.7 ล้านบาท ก่อนจะปล่อยตัวนายเจมส์ลีไป และนายเจมส์ลีได้เข้าแจ้งความต่อกองปราบปรามเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2549 แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมขบวนการลักพาตัวนายมาร์ค สตีเฟ่น ฮัทเชอร์สัน นักธุรกิจน้ำมันชาวอเมริกัน เจ้าของบริษัท จีอีไอ ค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติโดยมีผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้แล้ว 7 คน และมีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 3 คน นายเจมส์ลีซึ่งได้เห็นภาพผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวผ่านสื่อพบว่านายจอห์น แมคเคลียรี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องคดีลักพาตัวนายฮัทเชอร์สัน มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายกับกลุ่มคนร้ายที่เคยก่อเหตุลักพาตัวนายเจมส์ลีจึงได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเดินทางเข้าประเทศไทยมาให้ปากคำเพิ่มเติมและชี้ตัวผู้ต้องหาแล้ว

23 เมษายน 2550 พันตำรวจโท ธนพลบุนนาค สารวัตรกลุ่มงานยุทธวิธีตำรวจ กองวิจัยและพัฒนา ช่วยราชการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ผู้ต้องหาคดีร่วมกันลักพาตัวนายมาร์ค สตีเฟน ฮัทเชอร์สัน นักธุรกิจชาวอเมริกัน เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2550 ได้เข้ามอบตัวต่อพันตำรวจโท รังสรรค์ประดิษฐผล รองผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี และให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยขอให้การในชั้นศาล เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพันตำรวจโท ธนพลไว้สอบสวนต่อไป ทั้งนี้ มีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 2 คนคือ จ่าสิบตำรวจ อดุลย์ คำอ่อน พนักงานวิทยุสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย และนายซามูเอล ผสมทอง


อดีตนายตำรวจสังหารประชาชน

Written by sa team on Sep 26th, 2008 | Filed under: ข่าวในประเทศ, มีนาคม 2550

อดีตนายตำรวจสังหารประชาชน
31 มีนาคม 2550
เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามรับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและยิงกันภายในร้านมอลลี่ผับ ถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่ามีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงด้วยอาวุธปืน 11 ม.ม. 4 คน ต่อมานายนนทภัค ขำพึ่งตน ซึ่งเป็น 1 ในผู้ได้รับบาดเจ็บได้เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว จากการสอบสวนพยานให้การว่าผู้ก่อเหตุคือร้อยตำรวจโทเกียรติคุณ สกุลภมร อดีตพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ซึ่งถูกให้ออกจากราชการเมื่อปี 2548 เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด โดยร้อยตำรวจโท เกียรติคุณได้เข้ามาเที่ยวภายในร้านดังกล่าวและก่อเหตุวิวาทชกต่อยกับกลุ่มของนายนนทภัค จากนั้นร้อยตำรวจโท เกียรติคุณได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงภายในร้านจนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ทั้งนี้ พลตำรวจตรี มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวร้อยตำรวจโท เกียรติคุณมาสอบสวนดำเนินคดีแล้ว


ตำรวจสังหารประชาชน

Written by sa team on Sep 25th, 2008 | Filed under: ข่าวในประเทศ, มีนาคม 2550

ตำรวจสังหารประชาชน
25 มีนาคม 2550
พลตำรวจตรี พงศ์กานต์ ปัญจพรรค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว แถลงถึงกรณีสิบตำรวจเอก เทพฤทธิ์ จริงบำรุง ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับนายวิวัฒน์ สะอาดดี พนักงานสถานีบริการน้ำมัน P.T. ในกิ่งอำเภอวังสมบูรณ์ และใช้อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. สังหารนายวิวัฒน์และนางเพชรไพลิน พรหมวงศ์ ภรรยา ซึ่งเป็นพนักงานสถานีบริการน้ำมันเดียวกันเสียชีวิตและขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2550 ว่า จากการสอบสวนและคำให้การของพยานได้มีคำสั่งให้สิบตำรวจเอก เทพฤทธิ์ออกจากราชการไว้ก่อนพร้อมทั้งออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีพันตำรวจเอก พายัพ ทองชื่น รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เป็นประธาน